2006/Dec/18

วันนี้ด้วยความบังเอิญอีกเช่นเคย.. ได้ยินมาว่า set trade จะมาสัมภาษณ์คนที่สมัครงานกะเค้าเมื่ออาทิตย์ก่อนอ่ะ (วันที่เราไปแม่ฮ่องสอนพอดี) เรียน Game Programming จบก็เลยแวะขึ้นไปดูชั้น 20 แปร๊บหนึ่ง... เค้าสัมภาษณ์ที่ห้องสมุดล่ะ สงสัยรอห้องชั้น 19 ไม่ไหว.. เดินดูนิดนึง เอ๊ะ... ทำไมมีคนสมัครใหม่เต็มไปหมดเลย.. (ตอนแรกนึกว่าจะมาสัมภาษณ์เฉพาะคนที่ลงชื่อไปแล้ว) เราก็เลยส่งไปสมัครที่เขียนไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนไปด้วย.. ก้อเลยได้สัมภาษณ์ซะงั้น.. แหะๆ.. เข้าไปคุยกับพี่ๆเค้าก็สนุกดี คุยกันเรื่อยๆ เกี่ยวกับชีวิต ผลงานที่ผ่านมา และความคิดต่างๆ คำถามส่วนใหญ่ก็เป็นคำถามยอดฮิตเลย..

- จุดเด่น จุดด้อย ของตัวคุณ
- ทำไมถึงอยากเข้าที่นี่
- คิดว่าเข้ามาแล้วจะได้อะไรจากที่นี่บ้าง
- คิดว่าคุณมีอะไรดี ที่จะทำให้ผมเลือกรับคุณเข้าทำงาน
- คุณวางแผนอนาคตไว้อย่างไร
ฯลฯ

เราก็ตอบไปด้วยอารมณ์ง่วงนอนมากมาย (นอนแค่ 4 ชม.) แต่ก็รู้สึกว่าตอบไปได้ค่อนข้างดีเลยล่ะ ตอนตอบยังงงๆเลยว่า จะจบยังไงดี แต่สุดท้ายก็ขมวดจบได้อย่างสวยงาม 55

สัมภาษณ์ Set Trade เสร็จ ต้องรีบลงไปกินข้าว(เช้า) เพราะว่าเดี๋ยวต้องบึ่งไปสัมภาษณ์ที่ X-Sidekick ต่อ.. เค้านัดเอาไว้อ่ะ.. ตอนนี้ง่วงกว่าเดิมอีก.. แบบว่าหลับได้ทุกที่ทุกเวลา.. สัมภาษณ์ที่นี่นานด้วยประมาณ 1 ชม. ครึ่ง แบ่งเป็น 2 part คือ

1. คำถามทั่วไป คุยเกี่ยวกับตัวเรา
2. คำถาม Technical วัดความรู้

ระหว่างตอบคำถาม. ตาเนียะ.. สะลึมสะลือมากเลย.. เป็นแพนด้าไปแว้วว... แสงมู่ลี่ก็แยงตาอีก จนเราต้องขัดจังหวะพี่เค้า เพื่อขอให้เค้าปิดมู่ลี่.. ไม่งั้นสติเราจะกระเจิงกว่านี้.. ปวดตามากเลย..
part technical ตอบไม่ค่อยได้อ่ะ JAVA ลืมไปหมดแล้ว... Abstract กะ Interface ต่างกันอย่างไร... แฮะๆ คุ้นๆ แต่ตอบ Abtract ไม่ได้ล่ะ.. ช่างมัน.. เค้าบอกว่าจะประกาศว่าได้ทำงานหรือไม่ได้ ภายในเดือนมกราคม.. ก็รอปายย...

ps. วันนี้เหนื่อยสุดๆ.. กลับบ้านก็นอนเป็นตายเลย.. zzZZ

2006/Dec/17

วันนี้วันพุธไม่มีเรียน แต่ตอนเย็นมีบริษัท Massive มาคุยเกี่ยวกับบริษัทและผลงานให้ฟัง ก่อนอื่นขออธิบายถึงบริษัท Massive ก่อนละกัน บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นโดยโปรแกรมเมอร์คนหนึ่งชื่อ Stephen Regelous ซึ่งก่อนที่จะมาเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง ก็ทำงานให้กับบริษัท Weta Digital ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำ CG ทั้งหมดให้กับ Lord of the Ring ทั้งสามภาค โดยผู้กำกับ Peter Jackson ก็ได้เรียก Stephen เข้ามาช่วยในหนังของเค้าด้วยเพื่อความสมจริง โดย Stephen เป็นผู้เขียนโปรแกรม Massive ซึ่งจะทำการจำลองกองทัพของทหารให้มีจำนวนมหาศาล โดยที่ทหารแต่ละคนนั้นก็จะมีรูปร่างลักษณะและความคิดเป็นของตัวเอง โดย model แต่ละตัวนั้นจะมีการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ และถูกต้องตามหลักฟิสิกส์ คือไม่ว่าจะเป็นการล้ม การหลบสิ่งกีดขวาง หรือการกระแทกกับสิ่งต่างๆ อย่างเช่นในฉากการต่อสู้ระหว่างออร์คและตัวเอก หากเราดูอย่างผิวเผินก็จะมองว่ามันเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ มั่วๆกันอยู่ในฉาก แต่จริงๆแล้ว model แต่ละตัวนั้นกำลังต่อสู้กันจริงๆตามที่ได้โปรแกรมรูปแบบไว้ วันนี้ stephen ได้พูดติดตลกว่า หากเราซูมเข้าไปดูก็จะเห็นการต่อสู้นั้นดุเดือดและรุนแรงมาก มันจะแทงกัน ฟันกันหัวหลุด ซึ่งหนังอาจจะไม่ได้ฉายได้ (Extremely Violent) 55

พูดถึงโปรแกรม Massive เราก็ได้ยินมาตั้งแต่ตอน Fellowship of the Ring ฉายแล้วล่ะ มันใช้ตอนฉากเปิดเรื่องเลย ฉากการต่อสู้ระหว่าง Middle Earth กับ Sauron เพราะช่วงนั้นมีการพูดถึง Massive เยอะมาก ถือว่าเป็นการปฏิวัติโลกของ Visual Effect เลย เพราะปกติมันจะใช้วิธีการถ่ายทำจากกองทัพเล็กๆก่อน แล้วเอามา Dupeๆๆๆ ให้มันดูเยอะๆ

ที่เรายกย่องบริษัท Weta กับ Massive มากก็ตรงที่มันเป็นบริษัทเล็กๆใน New Zealand ยังไม่เคยรับงานใหญ่ขนาดนี้มาก่อน แต่ Peter Jackson ซึ่งก็เป็นคน New Zealand เหมือนกัน ต้องการให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังของ New Zealand อย่างแท้จริง จึงตัดสินใจโยนโปรเจคมหึมา พร้อมกับความคาดหวังมหาศาล ให้กับบริษัทเล็กๆแห่งนี้ และในที่สุดทุกคนก็ทำมันสำเร็จ และทำได้อย่างดีเยี่ยมด้วย จน Hollywood ของพวกตะวันตกรู้สึกเหมือนถูกกระตุกหนวดเสืออย่างแรง 555... และที่เรารู้สึกดีคือชาว New Zealand ทุกคนให้กำลังใจ และสนับสนุนหนังเรื่องนี้เป็นอย่างดีในฐานะหนังของประเทศ New Zealand
(อ้างอิง : ข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจาก DVD เบื้องหลังของ LOTR ทั้งสามภาคเลย เค้าทำได้ดีมากเลยล่ะ ลองไปดูนะ)

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ที่จริงวันนี้เราไม่ได้ตั้งใจจะไปฟัง เพื่อสมัครงานอะไรหรอกนะ เพราะคิดว่าเค้าคงรับพวกมือกราฟฟิกไปมากกว่า ไอ่เราก็ไม่ถนัดเลย ก็คิดว่าไปนั่งฟังนั่งดู Technology ที่เค้าเอามาโชว์เฉยๆ ดูแล้วน่าสนใจมากเลยอ่ะ พอฟังไปเรื่อยๆกลายเป็นว่าเค้ามารับ Programmer ไปพัฒนาโปรแกรม Massive ต่อนี่หล่ะ เพราะโปรแกรมมันก็มีหลาย Module ซึ่งต้องพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้ตรงกับ User Requirement โอ้ว.. ชักเริ่มสนใจแฮะๆ.. แต่ว่าเราไม่มีความสามารถมากพอที่จะไปอยู่ตรงนั้นหรอก เพราะแต่ละคนที่เข้าไป เป็นพระเจ้าทั้งน้านเลย พี่หน่อย CP28 อย่างงี้ คือเป็นพวก top ten ภาคทั้งนั้น และดู Stephen เค้าก็คาดหวังไว้อย่างงั้นเช่นกัน (เค้าคิดว่าเด็กจุฬาฯเป็นอย่างงี้ทุกคน เหอๆ)

ไม่รู้สิ.. พอเค้าพูดเสร็จเราก็เลยไปรุมๆอยู่หน้าห้อง ตามนิสัยของเรา เผื่อมีใครถามอะไรแล้วเราสนใจบ้าง (เราไม่ค่อยกล้าถามง่ะ พูดแล้วเค้าฟังไม่รุเรื่อง) พอดี NONsense คุยอย่างเมามันเราก็แอบฟังด้วย หึๆ.. สุดท้าย.. อ.พิษณุ เห็นเราสนใจแต่ไม่กล้ามั้งเลย จับไปคุยกับเค้าเลย.. กลายเป็นว่า เค้าขอสัมภาษณ์เลย ก็มีเรากะชายนี่ล่ะ... เค้าชี้มาหาเราแล้วบอก You First!! หา!! เอาวะ.. 55 ขอสารภาพว่าตอนที่ไปฟังเค้าพูด หรือตอนที่เค้าสัมภาษณ์ เรายังไม่รู้เลยว่าเค้าเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท และเป็นคนเขียนโปรแกรม Massive ทั้งหมด.. รู้แต่เพียงว่าต้องเป็นใครสักคนที่ใหญ่ๆในบริษัท.. ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่เกร็ง!! สัมภาษณ์เสร็จ ก็ให้สอบข้อเขียนด้วย ก็ให้ optimized code อ่ะ เหมือนกันทุกบริษัทเลย.. เราก็ตอบไปด้วยภาษาอังกฤษงูๆปลาๆของเรา.. พออ่านเข้าใจ 55..

เราก็กลับมาเปิดศึกษา website เพิ่มเติมดู กะจะหาว่าเค้าเป็นใคร เปิดเจอแล้วอึ้งเลย อึ้งจริงๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้คุยกับคนเขียนโปรแกรม Massive คนที่ทำให้หนัง LOTR ที่เราชอบสมจริงขนาดนี้ เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ...

ลองเข้าไปอ่านประวัติของเค้าได้ที่ http://www.massivesoftware.com/bio_stephen.html

ยังครับ... ยังไม่พอ... ด้วยความปลื้มและความตื่นเต้นสุดๆ.. ก็เลยไปค้น DVD LOTR Trilogy ทั้ง 12 แผ่น มาเปิดดูเบื้องหลัง... จ๊าก!! จริงด้วย... Stephen Regelous ที่เราเพิ่งคุยมา... กร๊ากๆๆๆ แทบบ้า.. ภูมิใจมากมั้ย.... ตอบว่า "มาก!!" เฮ้อ.. สุดท้ายก็เลยนั่งดูเบื้องหลังอย่างใจจดใจจ่อ ไปแทบค่อนวัน..
ภาพนี้ Capture มาจาก DVD ล่ะ..



ใจเราอ่ะอยากทำนะเว่ย.. แต่ว่าเค้าก็คาดหวังไว้สูงมากเลย.. ถ้าเข้าไปแล้วกลัวเค้าไม่ประทับใจ.. แล้วจะเสีย Credits ภาคเราไปเปล่าๆ.. อ.พิษณุบอกว่า ถ้าอ.แย๊บๆไปว่าเราอยากเข้ามากก็คงจะได้ล่ะ.. ยังไงก็ลองไปฝึกงานก่อนก็ได้ ถ้าทำไม่ได้ค่อยออก (เค้าบอกว่าคนที่ไปทำต้องอ่านโปรแกรมของเค้าทั้ง 250,000 บรรทัด รู้เรื่องและเข้าใจ) แต่..ตอนนี้ยังกลัวอยู่ กลัวเค้าไม่ปลื้มมม แหะๆ

ps. Massive เขียนจากภาษา C ล้วนๆ ไม่มี OO ด้วย ทำงานใน LINUX ทั้งหมด...

2006/Dec/17

11 Dec 06
วันสุดท้ายแล้ว.. ตื่นแต่เช้ามากินโจ๊ก ทำบุญ ตักบาตร เหมือนปีก่อน.. แล้วรีบเก็บของไปจองที่ในรถเพื่อไปจุดหมายต่อไปคือ เชียงใหม่... รถออก 8.30 น. แต่ที่เต็มตั้งแต่ 7.30 น. เพราะคนจะลงเยอะมาก.. ค่ารถก็เพิ่มจาก 62 บาท เป็น 80 บาท ขึ้นเยอะจัง.. ปีเดียวเอง.. ระหว่างทางลงมีด่านตรวจทั้งหมด 2 ด่าน ต้องแสดงบัตรประชาชนด้วยล่ะ สงสัยเค้ากลัวคนลักลอบเข้าเมือง.. ทุกคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นั่งรถประมาณ 4 ชม. ก็ถึงที่หมาย..

Checkpoint #7 : เชียงใหม่
รถไปถึงที่ Arcade ล่ะ.. หมดแรง เวียนหัว.. รีบไปฝากของไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องแบกไปมา แล้วไปหาข้าวกิน.. ที่จริงตั้งใจจะไปกิน Love at First Bite ต่อ.. แต่วันจันทร์ปิดร้านล่ะ.. ซวยจริงๆเลย ครั้งก่อนก็มาไม่ทันร้านปิดไปเสียแล้ว.. ครั้งนี้ดันมาตรงวันจันทร์อีก.. 55 นั่งรถไปถนนนิมมานเหมินทร์ ไปนั่งชิวๆที่ร้านกาแฟวาวี ชื่อดังกันต่อ.. พี่กิปบอกว่าสู้ลุงปาละไม่ได้เลย... ฮะๆ ก็จริง... กินเสร็จก็ไปซื้อของฝากที่ตลาดวโรรส ได้กาละแม กะ ลำไยอบแห้งกลับมาล่ะ.. อร่อยจัง..

แล้วทีนี้เราต้องสลับตัวกับพี่เอดของอีกกรุปนึงล่ะ ที่มาเชียงใหม่อย่างเดียวนอนฟรีกินฟรีที่บ้านพี่มิ้ม.. พอดีตั๋วของพี่เค้าออก 3 ทุ่มกว่าจะถึงกรุงเทพฯก็ 6 โมงเช้า กลัวจะไปทำงานที่สำโรงไม่ทัน ก็เลยแลกกะเรา... (ของเราถึงประมาณ ตี 4) เราก็ไปบ้านพี่มิ้มกันต่อ.. อาบน้ำแล้วกินข้าวเย็น.. อร่อยมากง่ะ.. กินอาหารใต้ที่เชียงใหม่... ข้าวยำอร่อยมากครับ.. พ่อแม่พี่มิ้มใจดีมากเลยอ่ะ ถ้าไปเชียงใหม่คราวหน้าจะฝากปากฝากท้องไว้นะครับ... สัญญาครับ 555

นั่งรอรถทัวร์ออก 3 ทุ่ม... หมดแล้วละซิทริปของเรา.. ไม่อยากกลับเลย.. ปางอุ๋ง ขาหมูบ้านรักไทย ปายยยยยย....
กลับถึงกรุงเทพฯ 6 โมงเป๊ะๆ อย่างปลอดภัย.. แล้วรีบกลับบ้าน.. เคลียร์ของ เคลียร์งานที่ต้องส่งวันนี้ อยากนอนแต่นอนไม่ได้.. ต้องเคลียร์งานก่อนนนน... สู้ๆ

จบแล้วครับสำหรับทริปแม่ฮ่องสอนครั้งนี้ หวังว่าคงสนุกกับการอ่านนะครับ..